รายงาน
เรื่อง วิเคราะห์วรรณกรรมเรื่อง นกกระจอก
จัดทำโดย
นางสาวจุรีรัตน์
พรมเสนา เลขที่ ๒๓ หมู่ ๒ ชั้นปี ๓
รหัสนักศึกษา
๕๗๒๑๐๔๐๖๒๓๒
เสนอ
อาจารย์วัชรวร
วงศ์กัณหา
รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาวรรณกรรมท้องถิ่น
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา
2559
สาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์
มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
คำนำ
รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา วรรณกรรมท้องถิ่นที่เป็นการศึกษาเรียนรู้และเรียนเกี่ยวกับวรรณกรรมท้องถิ่นด้วยตนเองนี้เกี่ยวกับเรื่อง
นิทานพื้นบ้าน ที่มา เนื้อหา ของวรรณกรรมพื้นบ้านและศึกษาเกี่ยวกับการใช้ภาษาของวรรณกรรมอีกทั้งทำให้มีความรู้และเป็นแนวทางแก่ผู้ที่สนใจต่อไป
ผู้จัดทำ
นางสาวจุรีรัตน์ พรมเสนา
ภารกิจพิเศษ วิเคราะห์วรรณกรรมเรื่อง นกกระจอก
บทที่๑
สรุปเนื้อหานิทาน นกกระจอก
(ท้าววรกิต นางจันทะจร)
อักษรธรรม
1 ผูก วัดนาเจริญ ต.โพธิ์ศรี อ.พิบูลมังสาหาร จ. อุบลราชธานี
มีนกกระจอกน้อย
2 ผัวเมียทำรังอยู่ที่เคราพระฤาษี วันหนึ่งพ่อนกได้ออกไปหาเหยื่อมาเลี้ยงแม่นก
และลูกอ่อน ไปถูกดอกบัวหุบกลีบขังไว้ไม่สามารถกลับมาหาลูกเมียได้
เมื่อกลับมาได้ทะเลาะกับแม่นก
และสาบานว่าถ้าตนนอกใจคู่ของตนดังที่แม่นกกล่าวหาก็ขอให้มีบาปเท่าฤาษี
ฤาษีได้ยินจึงโกรธ ถามนกว่าทำไมตนจึงมีบาป นกบอกว่าเพราะฤาษีไม่มีลูกสืบสกุล
ตายไปก็ตกนรก (คติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู)
ฤาษีจึงไล่นกไปอยู่ที่อื่นและตนก็ลาเพศฤาษี ไปมีชีวิตครอบครัวเช่นคนทั่วไป
นกสองผัวเมียพาลูกไปอาศัยป่าเลา
อยู่มาวันหนึ่งไฟไหม้ป่า
พ่อนกและแม่นกสัญญากันว่าจะไม่ทอดทิ้งลูก จะขอตายในกองไฟพร้อมๆ กัน
แต่เมื่อไฟมาถึง พ่อนกทนความร้อนไม่ไหวจึงบินหนีไป ทิ้งให้แม่นกกับลูกตายในเปลวไฟ
ก่อนตายได้สาบานว่าจะไม่พูดกับผู้ชายเป็นอันขาด
นางนกกระจอกไปเกิดเป็นลูกสาวเจ้าเมืองแห่งหนึ่งชื่อนางจันทะจร
นางมีรูปร่างงดงามแต่ไม่ยอมพูดจากับผู้ชายเลย พ่อนกไปเกิดเป็นชายหนุ่มรูปงาม
ลูกชายของเจ้าเมืองแห่งหนึ่ง มีนามว่าท้าววรกิต
เมื่อโตเป็นหนุ่มได้ยินกิตติศัพท์ความงามของนางจันทะจรจึงมาหา
พระราชาบิดานางจันทะจรได้ป่าวร้องให้ผู้มีวิชาดีมารักษาโรคที่นางไม่ยอมพูดกับผู้ชาย
ชายใดสามารถทำให้นางพูดด้วย จะยกนางให้อภิเษกเป็นคู่ครอง
ท้าววรกิตไปเรียนวิชาถอดจิตกับพระอาจารย์และไปอาสาพูดกับนาง
ท้าววรกิตได้ถอดจิตไปไว้กับหมอนกับเครื่องใช้ต่างๆ ทำให้เครื่องใช้นั้นๆ พูดได้
และเล่านิทานให้หมอนฟังเป็นนิทานโจมตีให้ร้ายผู้หญิง แต่นางไม่ยอมพูดด้วย
ในที่สุดได้เล่าเรื่องนกกระจอกแต่ตอนจบแกล้งเล่าให้ผิดว่านกตัวเมียไม่ยอมรักษาสัญญาบินหนีก่อน
ปล่อยให้นกตัวผู้ตายกับลูกในกองไฟ นางจันทะจรโกรธมากเผลอตัวพูดแย้งว่าไม่จริง
เมื่อนางพูดแล้วบิดาจึงอภิเษกให้ท้าววรกิตครองเมืองกับนางจันทะจรตามสัญญา
ที่มาและความสำคัญ
นิทานเรื่องนกกระจอกเป็นหนังสือนิทานคำกลอนโบราณลาวหรือภาษาอีสานเป็นวรรณกรรมที่มีคุณค่าและเป็นนิทานกลอนสอนเก่าแก่ของคนอีสานเรื่องนกกระจอกเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมเป็นเป็นอย่างมากเป็นวรรณคดีที่มีคุณค่าและเป็นอมตะของชาวอีสานในสมัยก่อนและจนมาถึงสมัยนี้ก็ยังเป็นที่นิยมชมชอบอีกมากหนังสือนี้แต่งสมัยใดนั้น
ไม่อาจยืนยันได้ชัดเจน แต่ได้รับความนิยมในหมู่ประชาชนลาวมานับร้อย ๆ ปีได้แล้วแต่เดิมนิทานเรื่องนกกระจอกน้อยได้หายไปไม่มีผู้สืบทอดและสูญหายไปมีบุคคลที่ค้นพบต้นฉบับเมที่เคยพิมพ์แต่ไม่ปรากฎนามชักเจนและไม่ทราบชื่อผู้ค้นพบต้นฉบับเมื่อได้มีการพิมพ์ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
เรียบเรียงโดย
เตชวโรภิกขุ
(อินตา กวีวงศ์) น.ธ.เอก
จัดพิมพ์และจำหน่ายที่
บริษัท
ขอนแก่น คลังนานาธรรม จำกัด
161/6-8
ตรงข้ามตลาดสดเทศบาล 1 ข้างโรงเรียนกัลป์ยาณวัตร
ถนนกลางเมือง
ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
โทร.(043)221346 221591 แฟกซ์ 223482
(สงวนลิขสิทธ์)
2.
ประวัติหนังสือ
ผู้แต่ง
: เตชวโร ภิกขุ (อินตา กวีวงศ์)
ชื่อเรื่อง
: นิทานท้าวนกระจอก / โดย เตชวโร ภิกขุ (อินตา กวีวงศ์)
พิมพ์ลักษณ์
: บริษัท ขอนแก่น คลังนานาธรรม จำกัด,2546.
ISBN
974-91493-5-1
จำหน่ายผ่านทางเว็บ
ร้านคลังนานาธรรม
ก่อตั้ง พ.ศ. 2480
161/6-8 ด้านข้างโรงเรียนกัลยาณวัตร ถนนกลางเมือง
ตำบลในเมือง
อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
Tel
043-221591, 043-221346 แฟ๊กซ์ 043-223482
EMAIL:
KLANGNANATHAM@GMAIL.COM
บทที่2
การวิเคราะห์
ชื่อและเนื้อหาในวรรณกรรมเรื่อง ท้าวนกกระจอก
1.
ชื่อเรื่องที่มาของชื่อเรื่อง
สำหรับที่มาของชื่อเรื่องนกกระจอกนั้นเพราะในอดีตนกกระจอกเป็นสัตว์ปีกที่มีจำนวนมากในอดีตชาวบ้านจึงตั้งชื่อนิทานก่อนนอนว่านกกระจอกต่อมานำมาเป็นเรื่องเป็นราวคือท้าวนกกระจอก
เรื่องท้าวนกเป็นวรรณคดีของลาว ที่เป็นที่นิยมมานานกว่าสามร้อยปี
เป็นนิทานที่สอดแทรกความคำสอนคติธรรมมากมายที่คนลาวให้ความสำคัญมากหลาย ต่างๆ มากมาย ชาวบ้านชาวเมือง ทั้งลาวและไทย
2. แก่นเรื่อง
เป็นเรื่องราวความรักและความแค้นของนกสองตัวที่ให้คำสัญญาซึ่งกันว่าจะไม่ทิ้งกัน
3. โครงเรื่อง
การเปิดเรื่อง
กล่าวถึงโพธิสัตว์ลงมาเกิดเป็นนกกระจอกน้อยและมีคู่ครองและนกกระจอกน้อย
2 ผัวเมียทำ รังอยู่ที่เคราพระฤาษีอยู่ในป่า
การดำเนินเรื่อง
1. วันหนึ่งพ่อนกได้ออกไปหาเหยื่อมาเลี้ยงแม่นก
และลูกอ่อน
2. ถูกดอกบัวหุบกลีบขังไว้ไม่สามารถกลับมาหาลูกเมียได้
3. เมื่อกลับมาได้ทะเลาะกับแม่นก
และสาบานว่าถ้าตนนอกใจคู่ของตนดังที่แม่นกกล่าวหาก็ขอให้มีบาปเท่าฤาษี
4. ฤาษีได้ยินเช่นนั้นจึงโกรธ
ฤาษีจึงไล่ นกไปอยู่ที่อื่นและตนก็ลาเพศฤาษี ไปมีชีวิตครอบครัวเช่นคนทั่วไป
ปมของเรื่อง
5. อยู่มาวันหนึ่งไฟไหม้ป่า
พ่อนกและแม่นกสัญญากันว่าจะไม่ทอดทิ้งลูก จะขอตายในกองไฟพร้อมๆ กัน
แต่เมื่อไฟมาถึง พ่อนกทนความร้อนไม่ไหวจึงบินหนีไป ทิ้งให้แม่นกกับลูกตายในเปลวไฟ
ก่อนตายได้สาบานว่าจะไม่พูดกับผู้ชายเป็นอันขาด
การคลายปม
6. นางนกกระจอกไปเกิดเป็นลูกสาวเจ้าเมืองแห่งหนึ่งชื่อนางจันทะจร
นางมีรูปร่างงดงามแต่ไม่ยอมพูดจากับผู้ชายเลยส่วนพ่อนกไปเกิดเป็นชายหนุ่มรูปงาม
ลูกชายของเจ้าเมืองแห่งหนึ่ง มีนามว่าท้าววรกิต
7.พระราชาบิดานางจันทะจรได้ป่าวร้องให้ผู้มีวิชาดีมารักษาโรคที่นางไม่ยอมพูดกับผู้ชาย
ชายใดสามารถทำให้นางพูดด้วย จะยกนางให้อภิเษกเป็นคู่ครอง
8.ท้าววรกิตได้ถอดจิตไปไว้กับหมอนกับเครื่องใช้ต่างๆ
ทำให้เครื่องใช้นั้นๆ พูดได้ และเล่านิทานให้หมอนฟังเป็นนิทานโจมตีให้ร้ายผู้หญิง
แต่นางไม่ยอมพูดด้วย
การปิดเรื่อง
9.ได้เล่าเรื่องนกกระจอกแต่ตอนจบแกล้งเล่าให้ผิดว่านกตัวเมียไม่ยอมรักษาสัญญาบินหนีก่อน
ปล่อยให้นกตัวผู้ตายกับลูกในกองไฟ นางจันทะจรโกรธมากเผลอตัวพูดแย้งว่าไม่จริง
เมื่อนางพูดแล้วบิดาจึงอภิเษกให้ท้าววรกิตครองเมืองกับนางจันทะจรตามสัญญา
3 ตัวละคร
3.1 ตัวละครหลัก
ท้าวนกกระจอก(นามว่าท้าววรกิต)
เป็นเทวดาลงมาใช้ชาติเกิดมาเป็นนกกระจอกและได้กลับชาติมาเกิดเป็นหนุ่มรูปงามเป็นลูกชายของเจ้าเมืองแห่งหนึ่งนามว่าท้าววรกิต
นอกจากรูร่างหน้าแล้วท้าววรกิตมีวิชาอาคมสามารถชาถอดจิตได้
นางนกกระจอก (นามว่านางจันทะจร)
เป็นนกกระจอกเป็นเมียของท้าวนกกระจอกนางเป็นคนรักลูกักสามีเป็นอย่างมากนางนกกระจอกได้กลับชาติมาเกิดเป็นนางนางจันทะจรที่เป็นหญิงงามรูปงามเป็นลูกชาวของเจ้าพระยาเมืองตุ่มไพร่แต่นางไม่ยอมพูกับผู้ชาติ
3.2
ตัวละครรอง
ฤาษี
เฒ่าฤาษีบำเพ็ญบุญอยู่ในป่าและให้ที่อยูอาศัยแก่นกกระจอกสองผัวเมียหลังจากฤาษีได้ไล่นกกระจอกสองผัวเมียออกจากรังฤาษีก็ลาเพศฤาษี
ไปมีชีวิตครอบครัวเช่นคนทั่วไป
4. ภาษา
การใช้ภาษาอีสานหรือใช้การเล่าเป็นคำกลอนในการเล่าเรื่องของนิทาน
เรื่องท้าวนกกระจอกน้อย เป็นคำกลอนอีสานโบราณ
ต้นฉบับที่แท้จริงนั้นเป็นหนังสือใบลานและเป็น อักษรลาวที่แต่ก่อนการใช้ภาษาของนิทานเรื่องท้าวนกกระจอกน้อยจะเป็นการใช้ภาษาในถิ่นของตนเองหรือเป็นภาษาลาวนั้นเองและค่อยข้างอ่านยากต่อและเป็นการใช้ภาษาที่อ่านแล้วเพลิดเพลินใจต่อมาจึงมีการเขียนเป็นภาษากลางแต่ต้นฉบับก็ยังเป็นภาษาลาวเหมือนเดิมลักษณะเด่นของภาษาในการใช้ในเรื่องท้าวนกกระจอกน้อยนั้นก็คือการใช้คำกลอนในการเล่าเรื่องลาวของนิทาน
5. ฉาก/สถานที่
5.1 ฉากหลัก
ป่า
เป็นฉากที่ไฟไหม้ป่า
พ่อนกและแม่นกสัญญากันว่าจะไม่ทอดทิ้งลูก จะขอตายในกองไฟพร้อมๆ กัน
แต่เมื่อไฟมาถึง พ่อนกทนความร้อนไม่ไหวจึงบินหนีไป ทิ้งให้แม่นกกับลูกตายในเปลวไฟ
รัง
กกระจอกน้อย 2
ผัวเมียทำรังอยู่ที่เคราพระฤาษี
เมืองนคร
ท้าววรกิตกับนางจันทะจรได้เจอกันและเกิดเรื่องราวๆต่างรวมถึงการอภิเษกสมรสให้กับท้าววรกิตครองเมืองกับนางจันทะจรอีกด้วย
บทที่ 3
ความโดเด่นของโครงเรื่อง
วรรณกรรมท้องถิ่น เรื่องท้าวนกกระจอกน้อย มีความโดเด่นของเรื่อง คือ
การใช้ภาษาและการเล่าเรืองทำให้คนที่อ่สนเกิดความเพลิดเพลินจิตเจริญใจและมีการสอดแทรกคำสอนทำให้ผู้อ่านความเข้าใจมากขึ้นมีการใช่ภาษาและคำที่โดนเด่นเช่น
บัดนี้สิกล่าวแก้วก้ำอ่อนจันทจร
นอนในปรางค์หม่อม
พระนางงามล้นบ่อมีคนเมิงเท่าเทียมนางนาถ
ดูว่าสวยสะอาดล่ำลือล้นลื่นคนงามลื่นล้นพ้นที่กีย์
บทที่
4
การประยุกต์ใช้
1.
นิทานเรื่องท้าวนกกระจอกน้อย ปัจจุบันนำไปใช้ในด้านใดบ้าง
นำไปใช้ในการเรียนการสอนบางวิชาและเป็นนิทานให้เด็กอ่านการนำไปใช้ในด้านต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็น หนังสือนิทานสำหรับเด็ก
หนังสือธรรมะที่เหมาะแก่ชนชาวพุทธ
เพื่อให้เป็นคติสอนใจให้กับใครได้หลายๆคน และเป็นหนังสือ่านก่อนนอน
ภาพอิโฟกราฟฟิค ( Infographic)
โครงเรื่อง นิทานท้าวนกกระจอกน้อย




